Key Takeaways
อาการหวัดลงคอ คือภาวะอักเสบของเยื่อบุบริเวณลำคอที่มักเกิดจากเชื้อไวรัสเป็นหลัก รวมถึงเชื้อแบคทีเรียและปัจจัยระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่นหรือควัน อาการที่พบบ่อยคือเจ็บคอ กลืนลำบาก ระคายคอ ไอ และมีเสมหะ การดูแลตั้งแต่ระยะเริ่มต้นด้วยการใช้ยา การดื่มน้ำให้เพียงพอ และกลั้วคอด้วยน้ำเกลือสามารถช่วยบรรเทาอาการได้ พร้อมทั้งการพักผ่อนและดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงของการกลับมาเป็นซ้ำ
Table of Content
- อาการหวัดลงคอคืออะไร ทำไมถึงรู้สึกเจ็บคอร่วมด้วย ?
- อาการหวัดลงคอ เจ็บคอ กินยาอะไร และควรดูแลตัวเองอย่างไร ?
- วิธีป้องกันหวัดลงคอไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
- มอบการดูแลช่องปากและลำคอเพื่อสุขอนามัยที่ดี
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการหวัดลงคอ (FAQs)

เมื่อเข้าสู่ช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือร่างกายอ่อนแอลง หลายคนมักเริ่มมีอาการแสบคอ คันคอ ไอ มีเสมหะ หรือเสียงแหบ อาการเหล่านี้มักถูกเรียกรวมกันว่า “หวัดลงคอ”
ทำให้เกิดคำถามหลายข้อตามมาว่าอาการหวัดลงคอเกิดจากอะไร แตกต่างจากเจ็บคอทั่วไปอย่างไร และควรดูแลตัวเองตั้งแต่ระยะแรกอย่างไรเพื่อไม่ให้อาการลุกลาม บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจสาเหตุของภาวะนี้ พร้อมแนวทางการดูแลที่ถูกต้อง เพื่อช่วยบรรเทาอาการและลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนในระบบทางเดินหายใจ
อาการหวัดลงคอคืออะไร ทำไมถึงรู้สึกเจ็บคอร่วมด้วย ?
หวัดลงคอ คือภาวะการอักเสบของเยื่อบุบริเวณช่องปากและลำคอ (Pharyngitis) ซึ่งมักเป็นผลสืบเนื่องจากการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน เมื่อร่างกายตอบสนองต่อเชื้อโรค จึงส่งผลให้เกิดอาการบวม แดง และเจ็บคอ โดยเฉพาะเวลากลืน 1,2
สาเหตุที่พบบ่อย
หลายคนเข้าใจว่าอาการหวัดลงคอต้องเกิดจากแบคทีเรียเสมอ แต่ความจริงสามารถเกิดได้หลายสาเหตุ ได้แก่
เชื้อไวรัส
เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด เช่น ไวรัสไข้หวัดธรรมดา (Rhinovirus, Coronavirus) หรือไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza virus) โดยส่วนใหญ่แล้วร่างกายจะสามารถฟื้นตัวและหายได้เองตามธรรมชาติ เมื่อได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอและมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงขึ้น3
เชื้อแบคทีเรีย
แม้จะพบได้น้อยกว่า แต่เชื้อแบคทีเรีย เช่น เชื้อกลุ่ม Streptococcus มักทำให้เกิดอาการค่อนข้างรุนแรงและเฉียบพลัน เช่น มีไข้สูง เจ็บคอมาก กลืนลำบาก ต่อมน้ำเหลืองโต และอาจพบจุดหนองสีขาวหรือเหลืองบริเวณลำคอหรือต่อมทอนซิล ซึ่งกลุ่มนี้จำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและรักษาโดยแพทย์อย่างถูกต้อง 3,4
ปัจจัยระคายเคืองจากสิ่งแวดล้อม
นอกจากเชื้อโรคแล้ว สิ่งแวดล้อมรอบตัวก็เป็นตัวกระตุ้นสำคัญ เช่น ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5, ควันบุหรี่, มลพิษ, อากาศที่แห้งและเย็นจัดจากเครื่องปรับอากาศ หรือแม้กระทั่งการใช้เสียงมากเกินไป ปัจจัยเหล่านี้จะเข้าไปทำให้เยื่อบุลำคอแห้ง ระคายเคือง และเกิดการอักเสบได้ง่ายขึ้น 5
สังเกตอาการหวัดลงคอที่พบบ่อย
หากไม่แน่ใจว่าอาการที่กำลังเป็นอยู่คือหวัดลงคอหรือไม่ สามารถสังเกตสัญญาณเตือนจากร่างกาย ผ่านอาการหลักที่พบบ่อยเหล่านี้
- เจ็บคอและกลืนลำบาก : รู้สึกแสบ ขัด หรือเจ็บแปลบในลำคอ โดยเฉพาะเวลาที่กลืนน้ำลายหรือรับประทานอาหาร 2
- ระคายคอ : รู้สึกคันคอ ยิบ ๆ หรือเหมือนมีเสมหะเหนียวติดอยู่บริเวณลำคอ ทำให้ต้องไอหรือกระแอมบ่อย6
- อาการหวัดร่วม : อาจมีน้ำมูกไหล ไอแห้งหรือไอมีเสมหะ เสียงแหบ และอาจมีไข้ต่ำ ๆ หรืออาการอ่อนเพลียร่วมด้วย 6

อาการหวัดลงคอ เจ็บคอ กินยาอะไร และควรดูแลตัวเองอย่างไร ?
เมื่อเริ่มมีสัญญาณเตือน การดูแลตัวเองตั้งแต่ระยะแรกด้วยวิธีรักษาหวัดลงคอที่เหมาะสม จะมีผลต่อการฟื้นตัวของร่างกายอย่างมาก และยังช่วยลดโอกาสที่อาการจะลุกลามไปสู่ภาวะเจ็บคอทอนซิลอักเสบ หรือการติดเชื้อที่รุนแรงขึ้น 7
แนวทางการเลือกใช้ยาเบื้องต้น
- ยาลดไข้/แก้ปวด : ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ช่วยลดไข้ บรรเทาอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว และช่วยลดความรุนแรงของอาการเจ็บคอลงได้ 8
- ยาอม สเปรย์พ่นคอหรือยากลั้วคอ : ช่วยออกฤทธิ์เฉพาะที่ บรรเทาอาการอักเสบในลำคอ ลดอาการคันคอและแสบคอระคายเคืองได้อย่างรวดเร็วหลังจากใช้งาน โดยเฉพาะยาพ่นคอหรือยากลั้วคอที่มีคุณสมบัติช่วยฆ่าเชื้อจุลชีพ จะช่วยลดการสะสมของเชื้อบริเวณช่องปากและลำคอ ทำให้รู้สึกสบายคอมากขึ้น และช่วยให้กลืนอาหารได้ง่ายขึ้น
- ยาละลายเสมหะ : ในกรณีที่มีเสมหะเหนียวข้นขัดอยู่ในลำคอ ยาละลายเสมหะจะช่วยปรับให้เสมหะใสและเจือจางลง ทำให้ขับเสมหะออกมาได้ง่ายขึ้น ช่วยลดการไอและระคายคอ
การรักษาหวัดลงคอด้วยวิธีธรรมชาติ
นอกจากการใช้ยาบรรเทาตามอาการแล้ว การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็เป็นอีกหนึ่งวิธีรักษาหวัดลงคอที่ช่วยให้อาการดีขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ : เน้นดื่มน้ำสะอาด น้ำอุ่น หรือน้ำอุณหภูมิห้องตลอดทั้งวัน น้ำจะช่วยรักษาความชุ่มชื้นของเยื่อบุลำคอ ลดการระคายเคือง และช่วยให้คอไม่แห้งจนเกิดการอักเสบเพิ่มขึ้น 7,8
- กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ : ใช้เกลือป่นประมาณครึ่งช้อนชาผสมกับน้ำอุ่น 1 แก้ว นำมาอมและกลั้วคอ จะช่วยลดอาการบวมอักเสบ ช่วยชะล้างเมือกเสมหะรวมถึงเชื้อโรคบางส่วน และบรรเทาอาการเจ็บคอได้อย่างดี 7,9
- พักผ่อนให้เพียงพอ : การนอนหลับอย่างเหมาะสม (7-8 ชั่วโมง) ช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานและซ่อมแซมตัวเองได้เต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงอาหารทอด อาหารรสจัด และเครื่องดื่มเย็นจัดในช่วงที่มีอาการ เพื่อป้องกันไม่ให้ระคายเคืองคอมากขึ้น 7,9
วิธีป้องกันหวัดลงคอไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
การดูแลสุขภาพและเตรียมความพร้อมของร่างกายอย่างสม่ำเสมอ เป็นวิธีช่วยลดโอกาสการเกิดโรคซ้ำ และลดความเสี่ยงจากเชื้อโรคที่อาจเข้าสู่ร่างกายได้ โดยสามารถทำตามแนวทางดังนี้ 7
- เสริมภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง : นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอประมาณวันละ 7-8 ชั่วโมง และเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินซี เพื่อช่วยสนับสนุนระบบภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงของอาการผิดปกติในลำคอ 9
- ดูแลร่างกายช่วงอากาศเปลี่ยน : ควรจิบน้ำอุ่นเป็นระยะเพื่อรักษาความชุ่มชื้นในลำคอไม่ให้แห้ง และสวมเสื้อผ้าให้อบอุ่น โดยเฉพาะบริเวณหน้าอกและลำคอ เพื่อลดการระคายเคืองผิวเนื้อเยื่อจากอากาศที่เย็นลง 7,9
- ลดความเสี่ยงการติดเชื้อ : ล้างมือเป็นประจำด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ สวมหน้ากากอนามัยเมื่อต้องอยู่ในที่ชุมชนหรือพื้นที่แออัด และหลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น เพื่อตัดวงจรการติดเชื้อที่อาจนำไปสู่อาการหวัดลงคอซ้ำอีก 7,9
มอบการดูแลช่องปากและลำคอเพื่อสุขอนามัยที่ดี
หากมีอาการเจ็บคอทอนซิลอักเสบ หรือสงสัยว่าเป็นหวัดลงคอ การดูแลช่องปากและลำคอตั้งแต่ระยะเริ่มต้นถือว่าสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะการทำความสะอาดบริเวณลำคออย่างเหมาะสม ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่ากลั้วคอ ทำยังไง จึงจะช่วยลดเชื้อและบรรเทาอาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยควรศึกษาและปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์อย่างเคร่งครัด ทั้งวิธีการเตรียม การผสม และขั้นตอนการใช้งาน เพื่อให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่
นอกจากการปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันแล้ว การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเฉพาะที่ก็สามารถช่วยเสริมการดูแลได้ โดยสามารถใช้ยากลั้วคอเพื่อช่วยลดการสะสมของเชื้อในช่องปากและลำคอเป็นประจำ เช่น ตอนเช้าและก่อนนอน หรือเลือกใช้สเปรย์พ่นปากและลำคอเพื่อความสะดวกในระหว่างวัน ทั้งนี้ควรเลือกที่มีตัวยาโพวิโดน-ไอโอดีน (Povidone-Iodine) ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นแอนตี้เซพติค ช่วยฆ่าเชื้อไวรัส ต้านเชื้อแบคทีเรีย และเชื้อราที่เป็นสาเหตุของการอักเสบ พร้อมช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอ และดูแลสุขอนามัยในช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพ
*ควรหลีกเลี่ยงการใช้โพวิโดน-ไอโอดีน ในผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์และให้นมบุตร เว้นแต่ผ่านการประเมินประโยชน์และความเสี่ยงจากแพทย์แล้วเท่านั้น
ข้อมูลอ้างอิง
(1) เจ็บคอ..........จะแย่แล้ว (ตอนที่ 1). สืบค้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569. จากhttps://www.si.mahidol.ac.th/Th/healthdetail.asp?aid=1059
(2) โรคติดเชื้อในคอ. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569. จากhttps://www.bumrungrad.com/th/conditions/pharyngitis
(3) อาการเจ็บคอ หรือ คออักเสบ (Sore throat or Pharyngitis). สืบค้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569. จากhttps://www.medparkhospital.com/disease-and-treatment/sore-throat
(4) คออักเสบ (Pharyngitis). สืบค้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569. จาก https://www.mccormickhospital.com/web/articles/blogs/คออักเสบ%20(Pharyngitis)
(5) Health Effects from PM 2.5 Dust. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2569. จากhttps://www.bangkokhospital.com/en/bangkok/content/pm-2-5-health-effects
(6) หวัดลงคอ อาการ สาเหตุ การรักษา. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2568. จากhttps://hellokhunmor.com/โรคทางเดินหายใจ/หวัดลงคอ-อาการ-สาเหตุ-การรักษา/
(7) Sore throat. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2568. จากhttps://www.mayoclinic.org/diseases-conditions/sore-throat/diagnosis-treatment/drc-20351640
(8) การใช้และปัญหาจากยาใกล้ตัว : ทำความรู้จักยาพาราเซตามอล (paracetamol). สืบค้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2568. จากhttps://www.rama.mahidol.ac.th/poisoncenter/th/knowledge_general_population/paracetamol
(9) Sore throat. สืบค้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2568. จากhttps://www.nhs.uk/symptoms/sore-throat/
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการหวัดลงคอ (FAQs)
Q: หวัดลงคอ อาการเป็นอย่างไร แตกต่างจากเจ็บคอธรรมดาอย่างไร ?
A: หวัดลงคอมักมีอาการทางระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ น้ำมูกไหล ร่วมด้วย ต่างจากเจ็บคอธรรมดาที่มักเกิดจากการระคายเคืองเฉพาะจุด (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ส่วนอาการข้างต้น)
Q: หวัดลงคอ เกิดจากอะไร ไวรัสหรือแบคทีเรีย ?
A: หวัดลงคอสามารถเกิดได้ทั้งจากไวรัสและแบคทีเรีย โดยส่วนใหญ่กว่า 80% มักเกิดจากเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัดธรรมดา ส่วนเชื้อแบคทีเรียพบได้น้อยกว่าแต่มีแนวโน้มทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น เช่น ไข้สูงหรือเจ็บคอมาก
Q: หวัดลงคอควรดูแลตัวเองเบื้องต้นอย่างไร ?
A: สามารถดูแลเบื้องต้นได้ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำอุ่นสม่ำเสมอ กลั้วคอด้วยน้ำเกลือ และใช้ยาบรรเทาอาการตามความเหมาะสม เช่น ยาลดไข้หรือสเปรย์พ่นคอ ที่มีตัวยา โพวิโดน-ไอโอดีน เพื่อช่วยลดอาการระคายเคือง
Q: หวัดลงคอจำเป็นต้องใช้ยาปฏิชีวนะหรือไม่ ?
A: ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งไม่ตอบสนองต่อยาปฏิชีวนะ การใช้ยาควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะในกรณีที่สงสัยติดเชื้อแบคทีเรียหรือมีอาการรุนแรง
Q: หวัดลงคอสามารถแพร่เชื้อให้คนอื่นได้หรือไม่ ?
A: หากเกิดจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย สามารถแพร่กระจายผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสใกล้ชิดได้ จึงควรสวมหน้ากาก ล้างมือบ่อย และหลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกับผู้อื่น