POPULAR SEARCHES

Key takeaway

อาการเจ็บคอ กลืนลำบาก อาจเป็นสัญญาณของอาการเจ็บคอทอนซิลอักเสบได้ โดยสามารถสังเกตจากอาการร่วม เช่น ต่อมทอนซิลบวม มีไข้ หรือรู้สึกไม่สบายบริเวณลำคอ การดูแลตั้งแต่เริ่มมีอาการเป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วยลดโอกาสที่อาการจะลุกลามและฟื้นตัวได้เร็วขึ้น โดยควรเลือกวิธีที่มีประสิทธิภาพ เช่น การดูแลสุขอนามัยช่องปาก การเลือกอาหารที่เหมาะสม หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอจากการติดเชื้อ อย่างไรก็ตาม หากอาการไม่ดีขึ้นหรือรุนแรง ควรพบแพทย์เพื่อรับการดูแลอย่างเหมาะสม

Table of Content

  • รู้จักต่อมทอนซิล และอาการทอนซิลอักเสบ
  • ทอนซิลอักเสบเกิดจากอะไร ?
  • คออักเสบ vs ทอนซิลอักเสบ vs ต่างกันอย่างไร ?
  • ต่อมทอนซิลอักเสบ มีอาการอย่างไร ? 
  • ทอนซิลอักเสบหายเองได้ไหม กี่วันถึงจะดีขึ้น ?
  • ทอนซิลอักเสบ มีวิธีรักษาอย่างไร ?
  • ทอนซิลอักเสบกินอะไรหาย ? เช็กลิสต์อาหารที่ช่วยให้หายเร็วขึ้น
  • เมื่อไรที่ควรรีบไปพบแพทย์ ?
  • อย่ารอให้อาการลุกลาม เมื่อเริ่มมีสัญญาณของอาการเจ็บคอ
  • คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการเจ็บคอทอนซิลอักเสบ (FAQs)

อาการเจ็บคอที่มาพร้อมกับการกลืนลำบาก เป็นหนึ่งในสัญญาณที่ทำให้หลายคนกังวลใจ เพราะอาจไม่ใช่แค่อาการเล็กน้อยอย่างที่คิด แต่สามารถเกี่ยวข้องกับอาการ เจ็บคอทอนซิลอักเสบ หรือการอักเสบในบริเวณลำคอส่วนอื่น ๆ ได้เช่นกัน โดยสิ่งสำคัญคือการสังเกตอาการให้ถูกจุด เพราะอาการเจ็บคออาจเป็นสัญญาณแรกของการเจ็บป่วย หากดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องรอให้อาการรุนแรงจนรักษายาก

รู้จักต่อมทอนซิล และอาการทอนซิลอักเสบ

ต่อมทอนซิล เป็นเนื้อเยื่อที่อยู่ในลำคอด้านหลังของลิ้น และเป็นส่วนหนึ่งในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เนื้อเยื่อต่อมทอนซิลมีบทบาทในการป้องกันเชื้อโรคและสารต่าง ๆ ที่เข้าสู่ร่างกายผ่านทางปากและลำคอ เมื่อต่อมทอนซิลทำหน้าที่ได้ดีร่างกายจะมีการต่อสู้กับเชื้อโรคและไวรัสอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่เมื่อต่อมทอนซิลเกิดความผิดปกติในการทำงานหรือติดเชื้อ อาจทำให้เกิดอาการทอนซิลอักเสบขึ้นมาได้

ทอนซิลอักเสบเกิดจากอะไร ?

อาการทอนซิลอักเสบเกิดจากการติดเชื้อที่ต่อมทอนซิลโดยมีการทำลายหรือทำให้อักเสบ และส่วนใหญ่มักเป็นเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ซึ่งสามารถแพร่กระจายผ่านการหายใจ การสัมผัส หรือการส่งผ่านของน้ำมูกหรือสารคัดหลั่งอื่น ๆ

ทั้งนี้ ทอนซิลอักเสบสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ที่อาจละเลยการดูแลใส่ใจช่องปากและลำคอ โดยภูมิคุ้มกันในการต้านทานเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสของร่างกายอาจลดลงเมื่อมีปัจจัยที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอ เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือร่างกายเหนื่อยล้า

คออักเสบ vs ทอนซิลอักเสบ vs ต่างกันอย่างไร 

หลายคนมักสับสนว่าอาการเจ็บคอที่เป็นอยู่คืออะไร ใช่อาการทอนซิลอักเสบหรือไม่ หรือเป็นคออักเสบ ? โดยสามารถลองสังเกตความแตกต่างเบื้องต้นดังนี้

  • คออักเสบ ครอบคลุมการอักเสบของเนื้อเยื่อในลำคอทั้งหมด อาจเกิดจากการใช้เสียงหรือการติดเชื้อ
  • ต่อมทอนซิลอักเสบจะมีอาการเฉพาะ เช่น ต่อมทอนซิลบวม เจ็บคอมาก กลืนลำบาก และอาจมีไข้ร่วมด้วย

หากมีอาการเจ็บคอร่วมกับกลืนลำบากชัดเจน ควรสงสัยว่าเป็นอาการเจ็บคอทอนซิลอักเสบเป็นอันดับแรก

ต่อมทอนซิลอักเสบ มีอาการอย่างไร ? 

ลักษณะอาการ เป็นอีกสิ่งสำคัญที่ทำให้เราต้องสังเกตตัวเองว่ามีอาการที่เข้าข่ายหรือไม่ เพราะบางอาการอาจไม่ใช่แค่ไข้หวัดธรรมดา และหากปล่อยทิ้งไว้อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพอีกมากมาย

เจ็บคอ

ความเจ็บปวดในบริเวณลำคออาจเป็นอาการระคายเคืองเล็ก ๆ จนถึงขั้นรุนแรง และมักเป็นอาการแรกที่ปรากฏขึ้นเมื่อมีการติดเชื้อทอนซิล

กลืนลำบาก

อาการที่รู้สึกอึดอัดในลำคอเมื่อกลืน มีสาเหตุมาจากทอนซิลที่อักเสบ ทำให้การเคลื่อนไหวของอาหารหรือน้ำที่ผ่านเข้าไปในของลำคอนั้นติดขัด

ปวดหัว เป็นไข้

เชื้อไวรัสที่ได้รับเข้ามาจากทางช่องปากและลำคอจะแพร่ไปสู่ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และทำให้ภูมิคุ้มกันอ่อนแอลงจนเกิดอาการปวดหัวหรือมีไข้ขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณที่บอกว่าร่างกายกำลังต่อสู้กับการติดเชื้อทอนซิลนี้อยู่

เสมหะ

การมีเสมหะหรือสารคัดหลั่งที่เกิดขึ้นบริเวณลำคอและภายในปากที่ถี่เกินไป รวมถึงมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากการสะสมของแบคทีเรีย ก็เป็นอีกอาการหนึ่งที่เข้าข่ายการอักเสบของต่อมทอนซิลได้

น้ำมูกไหลและไอ

อาการน้ำมูกไหลหรือไอที่นอกจากจะเกิดขึ้นเพราะเป็นไข้หวัดธรรมดาแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนว่าต่อมทอนซิลกำลังต่อสู้กับเชื้อโรคอยู่ เพราะฉะนั้น ถ้าไอและมีน้ำมูกเกินกว่า 2 วัน ให้สงสัยได้เลยว่าต่อมทอนซิลกำลังถูกรบกวนอยู่แน่ ๆ

อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้อาจแสดงออกอย่างชัดเจนหรือไม่ชัดเจนขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการติดเชื้อและภูมิคุ้มกันของร่างกาย หากมีพฤติกรรมที่ใกล้กับความเสี่ยงจนทำให้ต่อมทอนซิลติดเชื้อ เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือละเลยการดูแลช่องปากและลำคอให้ถูกวิธีอย่างสม่ำเสมอ ก็เป็นช่องทางที่เชื้อโรคจะแพร่กระจายเข้าสู่ร่างกายได้อย่างง่ายดาย และเกิดอาการทอนซิลอักเสบรุนแรงตามมา

ทอนซิลอักเสบหายเองได้ไหม กี่วันถึงจะดีขึ้น ?

เราเข้าใจดีว่าอาการเจ็บคอ กลืนอะไรก็ลำบากนั้นทรมานเพียงใด จึงไม่แปลกที่หลายคนเมื่อมีอาการแล้วเอาแต่เฝ้าถามคำถามเดิมซ้ำ ๆ คือเป็นทอนซิลอักเสบหายเองได้ไหม

คำตอบคือ ในบางกรณีสามารถดีขึ้นได้เอง โดยเฉพาะเมื่ออาการไม่รุนแรง และมีการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม โดยทั่วไปอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 3-7 วัน แต่หากเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย อาจต้องใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ร่วมด้วย ดังนั้น การดูแลตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นจึงสำคัญมาก เพราะช่วยลดโอกาสที่อาการจะลุกลามได้

ทอนซิลอักเสบ มีวิธีรักษาอย่างไร ?

หากมีอาการทอนซิลอักเสบ วิธีรักษาจะขึ้นอยู่กับสาเหตุของการติดเชื้อและความรุนแรงของอาการ โดยมักจะรวมถึงการใช้ยาปฏิชีวนะในกรณีที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย และการรักษาอาการอื่น ๆ ที่เกิดขึ้น ในกรณีที่ไปถึงขั้นรุนแรงอาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเพื่อนำต่อมทอนซิลที่อักเสบออกมา

แต่ก่อนจะถึงขั้นตอนนั้น คุณสามารถดูแลรักษาด้วยวิธีการเบื้องต้นตามแนวทางต่อไปนี้

ดื่มน้ำอุ่น 

เพราะการดื่มน้ำอุ่นทำให้คอไม่แห้งจนเกินไปและบรรเทาไม่ให้คออักเสบไปมากกว่าเดิม

รับประทานอาหารอ่อน ๆ 

อาหารอ่อน ๆ ที่มีลักษณะเหลวและเคี้ยวง่ายจะทำให้กลืนได้ง่าย ไม่บาดคอ เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม หรือดื่มเครื่องดื่มที่ช่วยให้ชุ่มคอก็ช่วยได้เช่นกัน

ดูแลความสะอาดช่องปาก 

ช่องปากเป็นทางผ่านแรกของเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่จะเข้าสู่ร่างกาย การดูแลความสะอาดในช่องปากด้วยการแปรงฟันอย่างสม่ำเสมอเพื่อกำจัดเศษอาหารที่ตกค้างอยู่ระหว่างซี่ฟัน และใช้ไหมขัดฟันควบคู่ไปด้วย จะช่วยสร้างสุขอนามัยที่ดีให้แก่ช่องปากและไม่เป็นที่สะสมของเชื้อโรค

กลั้วคอด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยาฆ่าเชื้อ

การใช้ยากลั้วคอเป็นวิธีทำความสะอาดภายในคอที่ทำได้ง่าย ช่วยลดปริมาณเชื้อไวรัสและแบคทีเรียในช่องปากและลำคอ นำไปสู่การช่วยลดอาการอักเสบและบรรเทาอาการเจ็บคอ อีกทั้งยังช่วยลดอัตราการเกิดโรคติดเชื้อของทางเดินหายใจได้อีกด้วย

ใช้ผลิตภัณฑ์พ่นคอเพื่อบรรเทาอาการ

หากมีอาการเจ็บคอหรือระคายเคืองคอ ควรหายาหรือสเปรย์พ่นคอที่มีส่วนผสมของโพวิโดน-ไอโอดีน เพราะมีส่วนช่วยในการฆ่าเชื้อไวรัส ต้านแบคทีเรียหรือเชื้อราในช่องปาก ซึ่งช่วยลดอาการอักเสบในช่องปากและลำคอได้

ทอนซิลอักเสบกินอะไรหาย ? เช็กลิสต์อาหารที่ช่วยให้หายเร็วขึ้น

แม้อาหารจะไม่ใช่วิธีรักษาอาการเจ็บคอทอนซิลอักเสบโดยตรง แต่การเลือกกินให้เหมาะสม ก็สามารถช่วยลดความไม่สบายลำคอระหว่างวัน และสนับสนุนให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่กลืนลำบาก

อาหารที่เหมาะกับช่วงมีอาการทอนซิลอักเสบ ได้แก่

  • อาหารอ่อน กลืนง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ไข่ตุ๋น เป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุด เพราะช่วยลดการเสียดสีบริเวณลำคอ ทำให้กินได้แม้ในวันที่เจ็บคอมาก
  • อาหารอุ่น ๆ อุณหภูมิพอดี เช่น ซุปใส ช่วยให้รู้สึกสบายขณะกลืน และไม่กระตุ้นบริเวณที่อักเสบ
  • น้ำเปล่า ดื่มให้เพียงพอ การดื่มน้ำอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้การกลืนง่ายขึ้น และลดความไม่สบายในลำคอได้
  • ผลไม้เนื้อนิ่ม เช่น กล้วย มะละกอ ช่วยเติมสารอาหารให้ร่างกาย โดยไม่เพิ่มภาระในการเคี้ยวหรือกลืน

ส่วนอาหารที่ควรเลี่ยงในช่วงนี้ ได้แก่ อาหารแข็งหรือกรอบ อาหารรสจัด และเครื่องดื่มเย็นจัด เพราะอาจกระตุ้นให้ลำคอระคายมากขึ้น และทำให้การกลืนยิ่งลำบาก

เมื่อไรที่ควรรีบไปพบแพทย์ ?

แม้ว่าอาการทอนซิลอักเสบในหลายกรณีจะสามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ แต่ก็มีบางสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจบ่งบอกว่าอาการกำลังรุนแรงขึ้น และต้องได้รับการดูแลจากแพทย์ การสังเกตอาการของตัวเองตั้งแต่ช่วงแรกจะช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้นว่าควรดูแลด้วยตัวเอง หรือควรเข้ารับการตรวจอย่างเหมาะสม

สัญญาณที่ควรไปพบแพทย์ ได้แก่

เจ็บคอรุนแรงมาก หรือเจ็บต่อเนื่องผิดปกติ

หากมีอาการเจ็บคอมากจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือไม่ดีขึ้นแม้ดูแลตัวเองแล้ว อาจเป็นสัญญาณของการอักเสบที่ต้องได้รับการรักษาเพิ่มเติม

กลืนลำบากจนกินอาหารหรือดื่มน้ำไม่ได้

เมื่อการกลืนกลายเป็นเรื่องยาก หรือรู้สึกเจ็บมากผิดปกติ อาจเกิดจากต่อมทอนซิลบวมมาก ควรให้แพทย์ประเมินอาการโดยเร็ว

มีไข้สูง หรือมีอาการร่วมอื่น ๆ

เช่น ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หรือรู้สึกไม่สบายตัวมากกว่าปกติ เป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังตอบสนองต่อการติดเชื้อ

อาการไม่ดีขึ้นภายใน 3-5 วัน

หากดูแลตัวเองแล้วแต่อาการยังคงอยู่ หรือมีแนวโน้มแย่ลง อาจต้องได้รับการวินิจฉัยเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

อย่ารอให้อาการลุกลาม เมื่อเริ่มมีสัญญาณของอาการเจ็บคอ

จะเห็นได้ว่าอาการเจ็บคอ กลืนลำบาก อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเป็นต่อมทอนซิลอักเสบได้ จึงควรหมั่นสังเกตและรู้วิธีการดูแลรักษาตัวเอง ไม่ทำพฤติกรรมเสี่ยงและดูแลสุขอนามัยของช่องปากให้ดี รวมถึงเมื่อมีอาการของต่อมทอนซิลขอแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดการระคายเคืองคอเพื่อบรรเทาอาการและความเจ็บปวดลง แต่หากมีอาการที่รุนแรงมากขึ้น ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยและรักษาตามขั้นตอนในลำดับต่อไป

ข้อมูลอ้างอิง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการเจ็บคอทอนซิลอักเสบ (FAQs)

Q : เจ็บคอทอนซิลอักเสบ ออกกำลังกายได้ไหม ?

A: หากอาการยังไม่รุนแรงมาก สามารถออกกำลังกายเบา ๆ ได้ เช่น เดินหรือยืดเหยียด แต่ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ใช้แรงมาก เพราะร่างกายกำลังฟื้นตัว หากมีไข้ อ่อนเพลีย หรือเจ็บคอมาก ควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนจะดีกว่า

Q : มีอาการทอนซิลอักเสบ ต้องงดไอศกรีมหรือของเย็นทุกชนิดไหม ?

A: ควรหลีกเลี่ยงของที่เย็นจัดหรือกระตุ้นให้รู้สึกไม่สบายลำคอ หากรับประทานแล้วรู้สึกเจ็บคอมากขึ้น ควรเลี่ยงในช่วงที่มีอาการ และเลือกอาหารอุณหภูมิพอดีจะช่วยให้สบายกว่า

Q : เป็นทอนซิลอักเสบเรื้อรังต้องผ่าตัดทุกคนหรือไม่ ?

A : ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกคน การผ่าตัดมักพิจารณาในกรณีที่เป็นซ้ำบ่อย หรืออาการส่งผลต่อการใช้ชีวิต เช่น กลืนลำบากมาก หรือมีภาวะแทรกซ้อน แพทย์จะเป็นผู้ประเมินตามความเหมาะสมของแต่ละคน

Q : เป็นทอนซิลอักเสบมีโอกาสติดต่อคนรอบข้างมากไหม ?

A: มีโอกาสแพร่กระจายได้ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการติดเชื้อผ่านการไอ จาม หรือการใช้ของร่วมกัน จึงควรดูแลสุขอนามัย เช่น ล้างมือบ่อย ๆ และหลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น

Q : เจ็บคอทอนซิลอักเสบบ่อย ๆ ป้องกันอย่างไรดี ?

A: การป้องกันเริ่มจากการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เช่น พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำให้เหมาะสม และรักษาความสะอาดของช่องปาก เพื่อลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียในช่องปากและลำคอ