Key Takeaways
เมื่อมีอาการเจ็บคอ สามารถเลือกดื่มได้ทั้งน้ำอุ่นและน้ำเย็นตามลักษณะอาการที่เป็นอยู่ โดยเลือกดื่มน้ำอุ่นเมื่อมีเสมหะเหนียวข้นหรือมีน้ำมูก เพื่อช่วยเจือจางสิ่งคัดหลั่งให้ขับออกง่ายและผ่อนคลายกล้ามเนื้อรอบลำคอ หรือเลือกดื่มน้ำเย็นเมื่อมีอาการคอบวมแดง แสบร้อน หรือเพิ่งใช้เสียงหนัก เพื่อให้ความเย็นช่วยลดอาการบวมและทำให้ลำคอรู้สึกชาชั่วคราว ทั้งนี้ หากดูแลตัวเองเบื้องต้นแล้วยังไม่ดีขึ้นภายใน 4-5 วัน หรือเริ่มมีอาการรุนแรง แนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
Table of Content
- เจ็บคอควรกินน้ำอะไร ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นดีกว่ากัน ?
- สรุปเครื่องดื่มที่ควรเลือกเมื่อเจ็บคอ
- เครื่องดื่มและของทานเล่นที่ควรหลีกเลี่ยง
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดื่มน้ำเพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ (FAQs)
เมื่อมีอาการเจ็บคอ สิ่งแรกที่หลายคนมักทำคือการหาเครื่องดื่มมาช่วยบรรเทาความรู้สึกไม่สบายในลำคอ แต่คำถามที่ตามมาเสมอและยังคงเป็นข้อถกเถียงกันคือ เจ็บคอดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นดีกว่ากัน เพราะความเชื่อเดิม ๆ มักบอกให้หลีกเลี่ยงของเย็นทุกชนิดเมื่อมีอาการป่วย ในขณะที่บางคนกลับรู้สึกว่าการดื่มน้ำเย็นช่วยให้รู้สึกสบายในช่องคอขึ้น1,2
บทความนี้จะพาไปตอบคำถามว่า เจ็บคอกินน้ำเย็นได้ไหม หรือควรกินน้ำอะไร เพื่อช่วยให้คุณเลือกเครื่องดื่มที่เหมาะสมกับอาการ และช่วยให้รู้สึกสบายคอ
.jpg?sfvrsn=58714b0_1)
เจ็บคอควรกินน้ำอะไรดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นดีกว่ากัน ?
น้ำอุ่นและน้ำเย็นมีกลไกช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอที่แตกต่างกัน การเลือกดื่มจึงขึ้นอยู่กับลักษณะอาการที่คุณกำลังเผชิญอยู่ในขณะนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพร่างกาย1,2
เมื่อไรที่ควรเลือกดื่มน้ำอุ่น ?
น้ำอุ่น หรืออุณหภูมิประมาณน้ำชาอุ่น ๆ (ไม่ควรข้นเหนียวหรือร้อนจัด) เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเจ็บคอร่วมกับอาการในระบบทางเดินหายใจ เช่น มีน้ำมูก หรือมีเสมหะเหนียวข้นสะสมในลำคอ โดยมีกลไกการทำงานดังนี้
- ช่วยลดความเหนียวของเสมหะ : น้ำอุ่นจะช่วยเจือจางและลดความเหนียวข้นของน้ำมูก รวมถึงเสมหะที่เกาะอยู่ตามผนังคอ ช่วยให้ร่างกายขับสิ่งสะสมเหล่านี้ออกมาได้ง่ายขึ้น1
- กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต : อุณหภูมิที่อุ่นพอดีจะช่วยให้หลอดเลือดบริเวณเนื้อเยื่อส่วนคอขยายตัว ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันและสารอาหารในเม็ดเลือดเดินทางไปดูแลและฟื้นฟูบริเวณที่มีการอักเสบได้ดีขึ้น1,2
- ลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อ : ความร้อนอ่อน ๆ จะช่วยผ่อนคลายเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อรอบลำคอที่เกิดการเกร็งตัว ช่วยลดความรู้สึกแสบร้อนและทำให้ระบบทางเดินอาหารส่วนต้นรู้สึกผ่อนคลาย1,2
เมื่อไรที่ควรเลือกดื่มน้ำเย็น ?
น้ำเย็น เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเจ็บคอในลักษณะแสบร้อน ลำคอด้านในบวมแดง หรือเพิ่งผ่านการใช้เสียงมาอย่างหนักจนเกิดการอักเสบเฉียบพลัน โดยมีกลไกการทำงานดังนี้
- ลดอาการบวมและอักเสบ : อุณหภูมิที่ต่ำของน้ำเย็นจะทำให้หลอดเลือดฝอยบริเวณช่องคอหดตัวชั่วคราว ซึ่งช่วยจำกัดปริมาณของเหลวที่ไหลมาสะสม จึงมีส่วนช่วยลดอาการบวมของเนื้อเยื่อบุผิวและต่อมทอนซิลได้ดี2,3
- บรรเทาความรู้สึกเจ็บปวด : ความเย็นช่วยให้เส้นประสาทรับความรู้สึกบริเวณนั้นชะลอการส่งสัญญาณชั่วคราว ทำให้ลำคอรู้สึกชาเล็กน้อย ความรู้สึกเจ็บจึงดูลดลง ช่วยให้สามารถกลืนน้ำหรือรับประทานอาหารเหลวได้สะดวกยิ่งขึ้น2,3
สรุปเครื่องดื่มที่ควรเลือกเมื่อเจ็บคอ
หากคุณกำลังมองหาเครื่องดื่มเพิ่มเติมเพื่อช่วยบรรเทาความรู้สึกเจ็บในลำคอ ขอแนะนำเป็นเครื่องดื่มเหล่านี้
น้ำเกลืออุ่นสำหรับกลั้วคอ
ผสมเกลือป่นประมาณครึ่งช้อนชาในน้ำอุ่นหนึ่งแก้ว นำมากลั้วคอเป็นเวลา 30 วินาทีแล้วบ้วนทิ้งบ่อย ๆ ระหว่างวัน น้ำเกลือมีคุณสมบัติทางธรรมชาติที่ช่วยดึงของเหลวส่วนเกินออกจากเนื้อเยื่อที่บวม ช่วยลดความตึงแน่นในช่องคอ อีกทั้งยังช่วยรักษาความสะอาดในช่องปากและลดการสะสมของสิ่งสกปรกได้ดี4
น้ำผึ้งผสมน้ำอุ่น
น้ำผึ้งมีความหนืดตามธรรมชาติที่สามารถทำหน้าที่เป็นฟิล์มบาง ๆ ช่วยเคลือบผิวสัมผัสในลำคอ ลดการเสียดสีและการถูกกระตุ้นเมื่อต้องกลืนอาหาร ทั้งยังช่วยให้เนื้อเยื่อที่กำลังอ่อนแอได้รับความชุ่มชื้น5
น้ำต้มสมุนไพรอุ่น
เช่น น้ำขิงอุ่น หรือน้ำชาคาโมมายล์ สารสกัดจากธรรมชาติในพืชสมุนไพรเหล่านี้มีส่วนช่วยลดกระบวนการอักเสบของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อในช่องคอ ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย และมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายขณะดื่ม6,7
เครื่องดื่มและของทานเล่นที่ควรหลีกเลี่ยง
ในช่วงที่ช่องคอกำลังบวมแดงและไวต่อสิ่งกระตุ้นภายนอก การเลือกรับประทานสิ่งที่ไม่เหมาะสมอาจยิ่งเพิ่มความระคายเคือง ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มเหล่านี้
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน
ชา กาแฟ น้ำอัดลมสีเข้ม และแอลกอฮอล์ทุกชนิด มีฤทธิ์กระตุ้นการขับปัสสาวะของร่างกาย ซึ่งอาจส่งผลให้ร่างกายสูญเสียน้ำมากกว่าปกติ เมื่อร่างกายขาดน้ำ เนื้อเยื่อในช่องคอจะยิ่งแห้งและลดความชุ่มชื้นลง ทำให้กระบวนการฟื้นตัวตามธรรมชาติเป็นไปได้ช้าลง8
น้ำผลไม้รสเปรี้ยวจัด
เช่น น้ำมะนาวเข้มข้น น้ำส้ม หรือน้ำสับปะรด แม้จะมีวิตามินสูงแต่ความเป็นกรดซิตริกที่เข้มข้นจนเกินไป อาจเข้าไปกระตุ้นเนื้อเยื่อบุผิวที่กำลังบวมและถลอกจากการอักเสบ ส่งผลให้เกิดความแสบร้อนและระคายเคืองเพิ่มขึ้นได้8
น้ำหวานหรือน้ำอัดลม
เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลสูง จะทำให้สภาพแวดล้อมในช่องปากเอื้อต่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ และอาจส่งผลให้สารคัดหลั่งหรือเสมหะในลำคอยิ่งเหนียวข้นมากขึ้นกว่าเดิม8

การเลือกดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำเย็นไม่มีกฎที่ตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับความสะดวกและสภาพร่างกายในขณะนั้น สิ่งสำคัญคือการสังเกตสัญญาณจากร่างกาย หากดื่มสิ่งใดแล้วรู้สึกสบายคอและกลืนอาหารได้ง่ายขึ้น ก็สามารถเลือกสิ่งนั้นได้1,2
ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการดูแลตัวเองเพื่อให้ร่างกายค่อย ๆ กลับมาฟื้นตัว สามารถเลือกดื่มน้ำในอุณหภูมิที่เหมาะสมกับอาการ รักษาความสะอาดภายในช่องปาก ควบคู่ไปกับการเลือกใช้สเปรย์พ่นแก้เจ็บคอที่มีส่วนผสมของโพวิโดน-ไอโอดีน (Povidone-Iodine)* เพื่อช่วยลดการอักเสบเฉพาะที่และเพิ่มความสบายในลำคอระหว่างวัน แต่หากพบว่าดูแลตัวเองในเบื้องต้นแล้วอาการยังไม่ทุเลาลง แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
*ควรหลีกเลี่ยงการใช้โพวิโดน-ไอโอดีน ในผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์และให้นมบุตร เว้นแต่ผ่านการประเมินประโยชน์และความเสี่ยงจากแพทย์แล้วเท่านั้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดื่มน้ำเพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ (FAQs)
Q: เจ็บคอจากทอนซิลอักเสบดื่มน้ำเย็นได้ไหม ?
A: สามารถดื่มได้ ความเย็นของน้ำเย็นหรือไอศกรีมจะช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ลดอาการบวมโต และช่วยบรรเทาความรู้สึกเจ็บปวดชั่วคราว ทำให้กลืนอาหารได้สะดวกขึ้น2,3
Q: หากมีอาการเจ็บคอร่วมกับเป็นไข้ ควรเลือกดื่มน้ำอุณหภูมิไหน ?
A: ควรดื่มน้ำอุณหภูมิห้องหรือน้ำอุ่น เพื่อช่วยปรับสมดุลและทดแทนน้ำที่สูญเสียไปจากไข้ โดยไม่ทำให้ร่างกายต้องทำงานหนักในการปรับอุณหภูมิมากเกินไป1,10
Q: ดื่มน้ำอุ่นจัดหรือน้ำร้อนจัดเพื่อหวังล้างสิ่งสกปรกในช่องคอได้ไหม ?
A: ไม่ควรทำ เนื่องจากน้ำที่ร้อนจัดจะเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อบุผิวในช่องคอที่กำลังอักเสบ ส่งผลให้เกิดอาการบวม แสบร้อน และอาจเกิดแผลพุพองเพิ่มขึ้นได้8
Q: ในหนึ่งวันควรดื่มน้ำปริมาณเท่าไรจึงจะช่วยให้ลำคอฟื้นตัวได้ดีขึ้น ?
A: ควรดื่มน้ำสะอาดประมาณ 8-10 แก้ว หรือประมาณ 2-2.5 ลิตร โดยใช้วิธีจิบระหว่างวันบ่อย ๆ เพื่อรักษาความชุ่มชื้นของเนื้อเยื่อในลำคอและช่วยเจือจางสิ่งคัดหลั่ง10